Sesbania
- โสน
ต้นโสนเป็นไม้ล้มลุกในตระกูลเดียวกับแคดอกโสนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ชื่อสามัญ : Sesbania, Sesbanea pea, Sesbania flowers
ชื่อวิทยาศาสตร์: Sesbania javanica Miq. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว ( Fabaceae หรือ Leguminosae ) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว Fabaceae (Papilionoideae หรือ Papilionaceae)


โสนเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ในประเทศอินเดียแล้วมีการกระจายพันธุ์ไปยังเขตร้อนทางตะวันออกซึ่งได้แก่พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แล้วต่อมาจึงได้กระจายพันธุ์ไปยังทวีปแอฟริกาด้วยโดยส่วนมากแล้วมักจะพบโสนขึ้นตามธรรมชาติ บริเวณพื้นที่ที่มีน้ำขังเป็นครั้งคราว และบริเวณริมแม่น้ำลำคลอง อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น




โสนสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ดในธรรมชาติ เมื่อฝักแก่ของโสนแห้งก็จะแตกออกแล้วเมล็ดก็จะตกลงสู่พื้นแล้วเจริญเติบโตงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมา เราจึงมักเห็นโสนในธรรมชาติออกเป็นทุ่งโสน หนาแน่นหลายๆ ต้น แต่การปลูกโสนนั้นสามารถทำได้ดังนี้
เตรียมพื้นที่
เตรียมพื้นที่ปลูกโสนโดยพื้นที่ปลูกโสนจะต้องเป็นพื้นที่ลุ่ม ที่มีความชื้นสูง เช่น แปลงนาลุ่ม ขอบบ่อ ขอบแม่น้ำ ลำคลองและพื้นที่รกร้างที่น้ำท่วมขังบางครั้งคราว
เตรียมแปลง
เตรียมแปลงด้วยการกำจัดวัชพืชออกก่อน และตากดินนาน 10-20 วัน
เตรียมปลูก
การปลูกจะใช้วิธีการหว่าน หรือ หยอดเมล็ด
1. วิธีหยอดเมล็ดเป็นหลุมจะใช้ระยะปลูก 25 ซม.
2. การหยอดเป็นแถวๆ จะใช้ระยะห่างแถวประมาณ 100 เซนติเมตร สำหรับการหว่านลงแปลงจะใช้การกะระห่างให้เหมาะสม ทั้งนี้ ปริมาณเมล็ดที่ใช้อยู่ที่ 3-5 กิโลกรัม/ไร่
เตรียมเก็บ
หลังจากปลูกโสนแล้ว 40-50 วัน ดอกจะเริ่มบาน ก็สามารถเก็บดอกใช้ประโยชน์ได้
ลักษณะต้นโสน
ต้นโสนประกอบไปด้วย ลำต้น ใบ ดอกและผล








- มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชียจากอินเดียไปทางตะวันออกจนถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
- จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุ 1 ปี มีความสูงของต้นได้ประมาณ 1-4 เมตร
- เปลือกลำต้นเรียบ เป็นเหลี่ยมหรือมีร่องละเอียดตามความยาวของลำต้น เนื้อไม้อ่อนและกลวง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
- เติบโตได้ในบริเวณที่มีน้ำขังในดินแถบภาคกลางและดินเหนียว พบขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมักพบขึ้นในพื้นที่ที่มีน้ำขัง แถบลุ่มน้ำ ริมทาง ริมหนองน้ำ คลองบึง หรือลำประดง
- ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับบนลำต้น แต่ละช่อใบจะมีใบย่อยประมาณ 10-30 คู่
- ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปกลมหรือรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบมน
- ส่วนขอบใบเรียบใบมีขนาดกว้างยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตร และกว้างประมาณ 1.2-2.5 มิลลิเมตร
- แผ่นใบเป็นสีเขียว หลังใบและท้องใบเรียบ ที่โคนก้านใบมีหนามแหลมยาว 2 อัน
- ดอกโสนออกดอกเป็นช่อเชิงลดหรือเป็นช่อกระจุก โดยจะออกตามซอกใบ ซอกกิ่ง และปลายกิ่ง
- ช่อดอกยาวได้ประมาณ 10 เซนติเมตร มีดอกย่อยประมาณ 5-12 ดอกต่อช่อ
- ดอกย่อยเป็นสีเหลือง ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีกลีบดอก 5 กลีบ บางครั้งกลีบด้านนอกมีจุดกระสีน้ำตาลหรือสีม่วงแดงกระจายทั่วไปกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว โคนกลีบเชื่อมติดกัน
- ดอกโสนจะออกดอกมากในช่วงปลายฤดูฝนประมาณช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม
ดอกโสนมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก ช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้ สีเหลืองสวยของดอกโสนยังสามารถนำมาแต่งสีอาหารได้อย่างปลอดภัย โดยนำดอกโสนมาบดหรือโม่ผสมกับแป้งทำขนมหรือแป้งทำอาหาร ก็จะได้แป้งสีเหลืองนวลที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปใช้ทำขนมต่างๆ ที่ให้สีสวยจากธรรมชาติโดยไม่ต้องกังวล (https://veggiepedia.greenery.org/vegetable/hemp-fesbania/)
- ผลมีลักษณะเป็นฝักกลมยาวขนาดเล็ก ฝักอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีม่วงและสีน้ำตาล พอฝักแก่จะแตกออกเองตามขวางของฝัก
- ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 4 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 18-20 เซนติเมตร
- ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กหลายเมล็ดเรียงอยู่ภายใน เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม เป็นมันเงาสีน้ำตาล มีขนาดประมาณ 0.05 เซนติเมตร
เมื่อต้นโสนออกดอกและติดเมล็ดแล้วต้นโสนจะค่อย ๆ แห้งเหี่ยวและตาย
อ้างอิง
วิกิพีเดีย สารนุกรมเสรี(2565),โสน
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%99
เมดไทย(2020),โสน สรรพคุณและประโยชน์ของดอกโสน
https://medthai.com/%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%99/
