เห็ดตับเต่าแปรรูป อบแห้งแช่แข็งแช่น้ำเกลือข้าวเกรียบซอส
เห็ดตับเต่า เป็นเห็ดที่พบได้ทั่วไปในป่าธรรมชาติของประเทศไทย เห็ดชนิดนี้มีรสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางอาหารสูง ทำให้เป็นที่นิยมในครัวเรือนและการค้าขาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเห็ดเป็นวัตถุดิบที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น การแปรรูปเห็ดตับเต่าจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษาเห็ดชนิดนี้ให้ยาวนานขึ้น
เห็ดตับเต่าที่นำมาแปรรูป เป็นวิธีการนำเห็ดล้นตลาดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นำขายสู่ท้องตลาดดีกว่าการทิ้งเห็ดตับเต่าให้เน่าเสีย ขายไม่ออก เกิดการเห็ดฟ่อ นำมารับประทาน ทำอาหารไม่ได้ การนำเห็ดตับเต่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดตับเต่ายังช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม มีงานทำในเวลาว่าง และยังได้รายได้เพิ่มจากเห็ดที่ล้นตลาดอีกด้วย
ผลิตภัณฑ์จากเห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่าอบแห้ง




- ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าอบแห้ง
ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าอบแห้ง
วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้:
– เห็ดตับเต่าสด
– มีดและเขียงสำหรับหั่นเห็ด
– ถาดอบหรือตะแกรงอบ
– เตาอบหรือเครื่องอบแห้ง
– ภาชนะสำหรับเก็บเห็ดแห้ง (ขวดแก้วหรือถุงซิปล็อค)
ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าอบแห้ง:
1.การคัดเลือกเห็ด:
– เลือกเห็ดตับเต่าที่สดและมีคุณภาพดี ไม่มีรอยช้ำหรือเชื้อรา
2.การทำความสะอาดเห็ด:
– ล้างเห็ดตับเต่าในน้ำสะอาดเพื่อขจัดดินและสิ่งสกปรกที่ติดมากับเห็ด
– ควรล้างเบา ๆ เพื่อไม่ให้เห็ดเสียหาย หลังจากนั้นให้สะเด็ดน้ำ
3.การหั่นเห็ด:
– ใช้มีดคม ๆ หั่นเห็ดตับเต่าเป็นชิ้นบาง ๆ ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร เพื่อให้เห็ดแห้งเร็วขึ้น
– หากเห็ดมีขนาดเล็ก สามารถผ่าครึ่งหรือหั่นตามแนวตั้งได้
4.การจัดวางเห็ดบนถาดอบ:
– นำเห็ดที่หั่นแล้วมาจัดเรียงบนถาดอบหรือตะแกรงอบ ควรเรียงให้ห่างกันเล็กน้อยเพื่อให้อากาศสามารถไหลผ่านและทำให้เห็ดแห้งได้อย่างทั่วถึง
5.การอบเห็ด:
– ตั้งเตาอบหรือเครื่องอบแห้งที่อุณหภูมิประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส
– อบเห็ดตับเต่าเป็นเวลา 6-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความชื้นของเห็ดและความหนาของชิ้นเห็ด
– ระหว่างการอบ ควรเปิดเตาอบทุก ๆ 2-3 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบความแห้งของเห็ดและพลิกเห็ดเพื่อให้แห้งสม่ำเสมอ
6.การตรวจสอบความแห้ง:
– เมื่อเห็ดแห้งสนิทแล้ว เห็ดควรมีลักษณะกรอบและหักง่าย ไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ ถ้าหากยังไม่แห้งพอ ให้อบต่อไปจนกว่าเห็ดจะแห้งสนิท
- คุณค่า
- ปรุงอาหาร
- เมนูเห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่า อบแห้ง
- เห็ดตับเต่าเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นยำ ผัด หรือแกง
วิธีนี้ไม่เพียงแค่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา แต่ยังคงรักษาคุณค่าทางอาหารและรสชาติของเห็ดได้เป็นอย่างดี กระบวนการทำเห็ดแห้งเริ่มจากการคัดเลือกเห็ดที่มีคุณภาพดี สะอาด ไม่มีเชื้อรา จากนั้นนำเห็ดมาตัดหรือหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้แห้งได้ง่ายขึ้น สามารถตากแดดหรือนำเข้าเครื่องอบแห้งที่ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ที่ประมาณ 50-60 องศาเซลเซียส โดยการอบในอุณหภูมิต่ำนี้จะช่วยรักษาสารอาหารและกลิ่นรสของเห็ดให้คงอยู่ เมื่อเห็ดแห้งสนิทแล้วจึงนำไปบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท ป้องกันความชื้นและการปนเปื้อน
1. การเตรียมเห็ดตับเต่าอบแห้งก่อนปรุงอาหาร
แช่น้ำ: นำเห็ดตับเต่าอบแห้งมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 15-30 นาทีหรือจนกว่าเห็ดจะนุ่มและขยายตัวเต็มที่
บีบน้ำออก: หลังจากแช่น้ำแล้ว บีบน้ำออกจากเห็ดให้มากที่สุด แต่ควรเก็บน้ำแช่เห็ดไว้ เพราะน้ำนี้มีรสชาติและกลิ่นของเห็ดที่เข้มข้น สามารถนำไปใช้ในการปรุงอาหารได้
2. เมนูที่ใช้เห็ดตับเต่าอบแห้ง
- ซุปเห็ด: เห็ดตับเต่าอบแห้งที่แช่น้ำแล้วสามารถนำมาใส่ในซุปต่าง ๆ ได้ เช่น ซุปไก่ ซุปหมู หรือซุปผัก เพียงนำเห็ดที่เตรียมไว้มาใส่ในน้ำซุปที่กำลังต้มและปรุงรสตามชอบ
- ต้มยำเห็ด: เห็ดตับเต่าอบแห้งที่แช่น้ำแล้วสามารถนำมาทำต้มยำได้ โดยใส่เห็ดลงไปพร้อมกับส่วนผสมอื่น ๆ เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก และมะนาว ปรุงรสให้เข้มข้นตามแบบฉบับต้มยำไทย
- เห็ดผัดน้ำมันหอย: นำเห็ดที่แช่น้ำแล้วมาผัดกับกระเทียมในน้ำมันเล็กน้อย จากนั้นเติมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน เห็ดจะดูดซับรสชาติของเครื่องปรุงได้ดี
- ข้าวผัดเห็ดตับเต่า: ใช้เห็ดตับเต่าที่เตรียมไว้ผัดรวมกับข้าวสวยและเครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และผักต่าง ๆ เช่น แครอท ถั่วลันเตา เพื่อทำเป็นข้าวผัดที่อร่อยและมีคุณค่าทางอาหารสูง
- พาสต้าเห็ด: ใช้เห็ดตับเต่าผัดกับกระเทียมและเนยหรือซอสครีม จากนั้นนำไปคลุกกับเส้นพาสต้าที่ต้มสุกแล้ว โรยพาร์เมซานชีสเพิ่มความอร่อย
เคล็ดลับเพิ่มเติม
น้ำแช่เห็ด: น้ำที่เหลือจากการแช่เห็ดสามารถนำไปใช้เป็นน้ำซุปหรือน้ำสต็อกในเมนูต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติกลมกล่อม
ปริมาณ: เห็ดอบแห้งจะขยายตัวมากหลังจากแช่น้ำ ดังนั้นควรระวังในการใช้ปริมาณเห็ดแห้งในแต่ละเมนู
เห็ดตับเต่าแช่แข็ง




** ขออนุญาตเจ้าของผลิตภัณฑ์
- ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
1. การเตรียมเห็ดตับเต่า
– การเลือกเห็ด: เลือกเห็ดตับเต่าที่สดใหม่ สะอาด ไม่มีรอยช้ำหรือเชื้อรา
– การล้างเห็ด: ล้างเห็ดให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ควรล้างเบา ๆ เพื่อไม่ให้เนื้อเห็ดช้ำ หลังจากล้างเสร็จให้วางเห็ดในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
2. การหั่นเห็ด
– หากเห็ดมีขนาดใหญ่ สามารถหั่นเห็ดเป็นชิ้นพอดีคำ หรือหั่นครึ่งเพื่อให้การแช่แข็งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. การลวกเห็ด (Blanching)
– เตรียมน้ำเดือดในหม้อ และน้ำเย็นที่มีน้ำแข็งในชาม
– ใส่เห็ดลงในน้ำเดือดและลวกเป็นเวลา 2-3 นาที เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ในเห็ดที่อาจทำให้คุณภาพของเห็ดลดลงเมื่อแช่แข็ง
– หลังจากลวกเสร็จ นำเห็ดออกจากน้ำเดือดแล้วแช่ในน้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดกระบวนการทำให้สุก
4. การสะเด็ดน้ำ
– นำเห็ดขึ้นจากน้ำเย็นและสะเด็ดน้ำออกให้มากที่สุด คุณสามารถใช้กระดาษซับหรือผ้าสะอาดซับเห็ดให้แห้งได้
5. การจัดเรียงเห็ด
– วางเห็ดบนถาดโดยไม่ให้เห็ดติดกัน แล้วนำไปแช่แข็งในช่องแช่แข็ง (freezer) เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง หรือจนกว่าเห็ดจะแข็งตัว
6. การบรรจุเห็ดแช่แข็ง
– เมื่อเห็ดแข็งตัวแล้ว นำเห็ดออกจากถาดแล้วใส่ในถุงซิปล็อคหรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิท การจัดการในลักษณะนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เห็ดติดกันเป็นก้อน
– ปิดถุงหรือภาชนะให้สนิท แล้วเขียนวันที่บนถุงเพื่อทราบเวลาที่เก็บ
- คุณค่า
- ปรุงอาหาร
- เมนูเห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่า แช่แข็ง
เห็ดตับเต่าเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีรสชาติอร่อย เป็นที่นิยมในอาหารหลายประเภทในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเห็ดตับเต่าเป็นวัตถุดิบที่มีฤดูกาลและอายุการเก็บรักษาสั้น การแช่แข็งเห็ดตับเต่าจึงเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถยืดอายุการเก็บรักษาและทำให้เห็ดสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้ตลอดทั้งปี
ประโยชน์ของเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
– การเก็บรักษายาวนาน: เห็ดตับเต่าแช่แข็งสามารถเก็บรักษาได้นานหลายเดือนถึงหนึ่งปี ทำให้สามารถใช้เห็ดตับเต่าในช่วงนอกฤดูกาลได้ โดยไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการหรือรสชาติ
– ความสะดวกในการใช้งาน: เห็ดแช่แข็งสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทันทีหลังจากละลายน้ำแข็ง ทำให้การเตรียมอาหารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาในครัว
– รักษาคุณค่าทางโภชนาการ: การแช่แข็งเห็ดช่วยรักษาสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามิน โปรตีน และใยอาหาร ทำให้เห็ดตับเต่าแช่แข็งยังคงเป็นแหล่งของสารอาหารที่สำคัญเมื่อถูกนำไปปรุงอาหาร
– ความหลากหลายในการปรุงอาหาร: เห็ดตับเต่าแช่แข็งสามารถนำไปใช้ในเมนูต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการผัด ต้ม ทอด หรือทำซุป รสชาติและเนื้อสัมผัสของเห็ดยังคงดีอยู่เมื่อปรุงอาหาร
ข้อควรระวังในการใช้งานเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
– เมื่อใช้เห็ดตับเต่าแช่แข็งในการปรุงอาหาร ควรละลายน้ำแข็งอย่างถูกต้องโดยการวางในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงการละลายเห็ดด้วยไมโครเวฟหรือน้ำร้อน เนื่องจากอาจทำให้เนื้อสัมผัสของเห็ดเปลี่ยนแปลงและสูญเสียรสชาติ การละลายน้ำแข็งอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เห็ดคงความอร่อยและสดใหม่เมื่อนำไปปรุงอาหาร
การแช่แข็งเห็ดตับเต่าเป็นกระบวนการที่ง่ายและสามารถทำได้ที่บ้าน เห็ดสดที่เก็บมาใหม่ ๆ จะถูกนำมาล้างทำความสะอาดเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและดินออก หลังจากนั้น เห็ดจะถูกหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ หรือเก็บทั้งดอกหากต้องการนำไปปรุงในลักษณะเดิม จากนั้นเห็ดจะถูกลวกในน้ำร้อนเป็นเวลา 1-2 นาที เพื่อลดปริมาณเอนไซม์ที่อาจทำให้เห็ดเสื่อมสภาพเมื่อถูกแช่แข็ง หลังจากการลวกแล้ว จะต้องนำเห็ดไปแช่ในน้ำเย็นทันทีเพื่อลดอุณหภูมิ แล้วสะเด็ดน้ำออกให้แห้งสนิทก่อนบรรจุในถุงหรือภาชนะที่ปิดสนิท แล้วนำไปแช่แข็ง
1. ขั้นตอนการเตรียมเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
การละลายน้ำแข็ง:
– นำเห็ดตับเต่าแช่แข็งออกจากช่องแช่แข็ง แล้ววางไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาให้ละลายน้ำแข็งช้า ๆ โดยใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง หรือนำเห็ดวางไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
– หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหรือไมโครเวฟในการละลายน้ำแข็ง เพราะอาจทำให้เนื้อเห็ดเสียความชุ่มชื้นและรสชาติ
การเตรียมเห็ดก่อนปรุง:
– เมื่อเห็ดละลายแล้ว ใช้กระดาษทิชชู่หรือผ้าแห้งซับน้ำส่วนเกินออก เพื่อไม่ให้เห็ดมีน้ำมากเกินไปเมื่อปรุงอาหาร
– หั่นเห็ดตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ หากเห็ดยังไม่ได้หั่น
2. วิธีการปรุงอาหารจากเห็ดตับเต่าแช่แข็ง
การผัด:
- ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกเล็กน้อย
- ใส่กระเทียมสับหรือหัวหอมลงไปผัดจนหอม จากนั้นใส่เห็ดตับเต่าที่เตรียมไว้ลงไป
- ผัดจนเห็ดเริ่มสุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย หรือซอสถั่วเหลือง ตามชอบ
- สามารถใส่ผักหรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ เช่น พริกหวาน แครอท หรือไก่
การทำซุปเห็ด:
- ตั้งหม้อน้ำซุปบนไฟกลาง ใส่เห็ดตับเต่าลงไปเมื่อน้ำเริ่มเดือด
- ใส่ผักและเครื่องปรุงรสตามชอบ เช่น เกลือ พริกไทย ซอสถั่วเหลือง หรือน้ำปลา
- ต้มจนเห็ดและส่วนผสมอื่น ๆ สุกและนุ่ม สามารถเติมน้ำมะนาวและพริกสดเพื่อเพิ่มรสชาติได้
การทำสปาเก็ตตี้เห็ด:
- ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอกและกระเทียมสับลงไปผัดจนหอม
- ใส่เห็ดตับเต่าที่ละลายและเตรียมไว้ลงไป ผัดจนเห็ดเริ่มสุก
- เติมครีมหรือซอสมะเขือเทศลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่เส้นสปาเก็ตตี้ที่ต้มสุกแล้วลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน
- ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และพาร์เมซานชีสตามชอบ
การทอด:
- ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนปานกลาง
- นำเห็ดตับเต่าที่ละลายแล้วลงทอด โดยสามารถชุบแป้งก่อนทอดเพื่อให้ได้เห็ดทอดกรอบ
- ทอดจนเห็ดมีสีเหลืองทอง ยกขึ้นพักบนกระดาษซับมัน สามารถเสิร์ฟพร้อมซอสหรือน้ำจิ้มตามชอบ
เห็ดตับเต่าแช่เกลือ




** ขออนุญาตเจ้าของผลิตภัณฑ์
- ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าแช่เกลือ
ขั้นตอนการทำเห็ดตับเต่าแช่เกลือ
การเตรียมเห็ด:
- เริ่มจากการคัดเลือกเห็ดตับเต่าที่สด สะอาด ไม่มีรอยช้ำหรือเชื้อรา จากนั้นนำเห็ดมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชู่
- หากเห็ดมีขนาดใหญ่ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้เกลือสามารถซึมเข้าถึงทุกส่วนของเห็ดได้อย่างทั่วถึง
การเตรียมเกลือ:
- ใช้เกลือสมุทรหรือเกลือทะเลที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม เกลือจะทำหน้าที่เป็นสารกันเสียตามธรรมชาติ และยังช่วยในการดึงน้ำออกจากเห็ดอีกด้วย
การแช่เกลือ:
- นำเห็ดที่เตรียมไว้ใส่ในภาชนะที่สะอาด แล้วโรยเกลือให้ทั่วจนเห็ดถูกคลุมด้วยเกลือทั้งหมด
- กดเห็ดให้แน่นภายในภาชนะเพื่อให้น้ำจากเห็ดออกมาและเกลือสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเห็ดได้ดีขึ้น
การเก็บรักษา:
- ปิดภาชนะให้สนิทและเก็บไว้ในที่เย็น หรือในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน ๆ โดยไม่เสีย
- เมื่อต้องการนำเห็ดออกมาใช้ ให้นำไปล้างน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง เพื่อล้างเกลือออกก่อนนำไปปรุงอาหาร
- คุณค่า
- ปรุงอาหาร
- เมนูเห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่า แช่น้ำเกลือ
การแช่เกลือ: กระบวนการถนอมอาหารแบบดั้งเดิม
การแช่เกลือเป็นวิธีการถนอมอาหารที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยอาศัยคุณสมบัติของเกลือในการดึงน้ำออกจากเนื้อเห็ด ลดปริมาณน้ำในเห็ด ซึ่งทำให้เชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการเน่าเสียไม่สามารถเจริญเติบโตได้ นอกจากนี้ เกลือยังช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเห็ดตับเต่า ทำให้เห็ดมีรสเค็มอ่อน ๆ ซึ่งสามารถนำไปปรุงอาหารต่อได้ง่าย
ประโยชน์และการนำไปใช้
เห็ดตับเต่าแช่เกลือมีรสชาติที่เค็มและเนื้อสัมผัสที่คงความกรุบกรอบ ซึ่งเหมาะสำหรับการนำไปประกอบอาหารหลากหลายเมนู เช่น ผัดเห็ด ซุปเห็ด หรือเห็ดผัดกับสมุนไพร การแช่เกลือช่วยให้เห็ดสามารถเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น จึงเป็นวิธีการถนอมอาหารที่เหมาะสำหรับการเก็บไว้ใช้ในช่วงที่เห็ดตับเต่าไม่อยู่ในฤดูกาล
การแช่เกลือยังเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเห็ดตับเต่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเก็บเห็ดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถนำเห็ดที่เก็บได้ในฤดูกาลมาทำเป็นผลิตภัณฑ์แช่เกลือแล้วส่งออกจำหน่ายได้ในช่วงที่เห็ดสดขาดแคลน หรือเพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
การนำเห็ดตับเต่าแช่เกลือมาปรุงอาหารเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มรสชาติและยืดอายุการเก็บรักษาเห็ดตับเต่าได้อย่างดี เห็ดตับเต่าแช่เกลือมีรสเค็มและมีกลิ่นหอมของเห็ดที่เป็นเอกลักษณ์ การนำเห็ดแช่เกลือมาปรุงอาหารสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้:
1. การล้างเห็ด : ก่อนที่จะนำเห็ดตับเต่าแช่เกลือมาปรุงอาหาร ควรล้างเห็ดเพื่อลดความเค็ม
– ล้างเห็ดตับเต่าในน้ำสะอาด 2-3 รอบ เพื่อลดความเค็มลง
– หลังจากล้างแล้ว ให้นำเห็ดไปแช่ในน้ำสะอาดประมาณ 15-30 นาที จากนั้นบีบน้ำออกเบา ๆ
2. การผัดเห็ดตับเต่า : เห็ดตับเต่าผัดน้ำมันหอย
วัตถุดิบ: เห็ดตับเต่าแช่เกลือ, กระเทียม, น้ำมันหอย, ซอสถั่วเหลือง, น้ำตาลทราย, พริกไทย, น้ำมันพืช
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอม
2. ใส่เห็ดตับเต่าที่ล้างและบีบน้ำแล้วลงไปผัด
3. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน
4. เติมน้ำเล็กน้อยถ้าต้องการให้มีน้ำขลุกขลิก ผัดจนเห็ดสุกนุ่ม
5. โรยพริกไทยและปิดไฟ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ
3. การต้มเห็ดตับเต่า : แกงจืดเห็ดตับเต่าแช่เกลือ
วัตถุดิบ: เห็ดตับเต่าแช่เกลือ, หมูสับ, เต้าหู้, น้ำซุป, เกลือ, พริกไทย, ผักชี
วิธีทำ:
1. ล้างเห็ดตับเต่าให้สะอาดและบีบน้ำออก
2. ตั้งน้ำซุปให้เดือด ใส่หมูสับลงไปต้มจนสุก
3. ใส่เห็ดตับเต่าและเต้าหู้ลงไปในหม้อ
4. ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย (เนื่องจากเห็ดมีความเค็มอยู่แล้ว)
5. ต้มจนเห็ดและเต้าหู้สุกนุ่ม
6. ตักใส่ชาม โรยพริกไทยและผักชี เสิร์ฟร้อน ๆ
4. การนำไปทอด : เห็ดตับเต่าทอดกรอบ
วัตถุดิบ: เห็ดตับเต่าแช่เกลือ, แป้งทอดกรอบ, น้ำมันพืช
วิธีทำ:
1. ล้างเห็ดตับเต่าแล้วบีบน้ำออก
2. นำเห็ดมาชุบแป้งทอดกรอบ
3. ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน นำเห็ดลงทอดจนกรอบเหลือง
4. ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟเป็นของทานเล่นหรือทานคู่กับซอสที่ชอบ
ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า




** ขออนุญาตเจ้าของผลิตภัณฑ์
- ขั้นตอนการทำข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า
ส่วนผสม:
– เห็ดตับเต่าสด 500 กรัม
– แป้งมันสำปะหลัง 300 กรัม
– แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
– น้ำ 200 มิลลิลิตร
– เกลือ 1 ช้อนชา
– น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันพืชสำหรับทอด
ขั้นตอนการทำ:
1.เตรียมเห็ดตับเต่า:
– ล้างเห็ดตับเต่าให้สะอาดและสับหรือบดให้ละเอียด สามารถใช้เครื่องปั่นอาหารเพื่อความสะดวก
– หลังจากสับหรือบดแล้ว นำเห็ดตับเต่าที่ได้มาพักไว้ในภาชนะ
2.ผสมส่วนผสม:
– ในชามผสมขนาดใหญ่ ผสมแป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกัน
– ใส่เห็ดตับเต่าที่บดละเอียดลงไปในชามผสม
– เติมน้ำ, เกลือ และน้ำตาลทรายลงไปในชามผสม
– ใช้มือหรือไม้พายคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน
3.นวดแป้งและเห็ด:
– นวดส่วนผสมแป้งและเห็ดให้เข้ากันดี เนื้อแป้งจะเหนียวและเข้ากันกับเห็ดอย่างดี
4.ปั้นแป้ง:
– นำแป้งที่นวดแล้วมาปั้นเป็นแผ่นบาง ๆ รูปร่างตามชอบ (เช่น กลม หรือ สี่เหลี่ยม)
– หากแป้งเหนียวเกินไป สามารถใช้แป้งมันสำปะหลังโรยบนมือและพื้นผิวการปั้นเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งติดมือ
5.ตากแห้ง:
– นำแผ่นแป้งที่ปั้นแล้วไปวางบนถาดหรือผ้าขาวบางที่เตรียมไว้
– ตากแผ่นข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าภายใต้แสงแดดจนแห้งสนิท ใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) หรือใช้เครื่องอบแห้งเพื่อเร่งเวลาให้แห้งเร็วขึ้น
6.ทอดข้าวเกรียบ:
– ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง-สูง
– ใส่ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าที่แห้งแล้วลงไปทอดในน้ำมันร้อน ทอดจนพองตัวและมีสีเหลืองทอง
– ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน วางบนกระดาษซับน้ำมัน
- คุณค่า
- ปรุงอาหาร
- เมนูเห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่า เป็นเห็ดป่าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นที่นิยมในวงการอาหารพื้นบ้านของไทย ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติทางอาหารที่ดี เห็ดตับเต่าได้รับการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมคือ “ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า” ซึ่งเป็นขนมขบเคี้ยวที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์
ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าเป็นขนมขบเคี้ยวที่มีโปรตีนสูงจากเห็ดตับเต่า นอกจากนี้ ยังมีไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและดีต่อระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่ายังมีไขมันต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับขนมขบเคี้ยวที่ทำจากมันฝรั่งหรือแป้งข้าวเจ้า
- ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าสามารถนำไปทอดได้เลย ไม่ต้องล้างหรือลวก ทอดในน้ำมันร้อนๆจะทำให้ข้าวเกรียบฟู กรอบ แต่ต้องระวังจะไหม้นั่นเอง สามารถรับประทานได้ทุกโอกาส เด็กก็สามารถรับประทานได้
เคล็ดลับ:
– เห็ดตับเต่า: ควรเลือกเห็ดที่สดใหม่ ไม่มีจุดดำหรือเน่าเสีย
– แป้งมันสำปะหลัง: จะทำให้ข้าวเกรียบมีความกรอบและพองตัวได้ดี
– การทอด: ควรใช้น้ำมันที่ร้อนพอเหมาะเพื่อให้ข้าวเกรียบพองตัวสวยงามและไม่อมน้ำมัน
เก็บรักษา:
– เมื่อข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทอดเย็นสนิทแล้ว สามารถเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อรักษาความกรอบ
– เก็บในที่แห้งและไม่ชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวเกรียบเห็ดนิ่ม
ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าเป็นขนมที่สามารถนำมาปรุงอาหารในหลากหลายวิธี เพื่อเพิ่มรสชาติและทำให้เมนูน่าสนใจยิ่งขึ้น นี่คือวิธีการนำข้าวเกรียบเห็ดตับเต่ามาปรุงอาหาร:
1. ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทอดกรอบส่วนผสม: ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า, น้ำมันพืช
วิธีทำ:
1. ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง-สูง
2. ใส่ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าลงไปทอดในน้ำมันร้อน ทอดจนพองตัวและมีสีเหลืองทอง
3. ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน วางบนกระดาษซับน้ำมัน
4. เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้ม เช่น น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย หรือน้ำจิ้มซีฟู้ด
2. ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทำสลัดส่วนผสม: ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า, ผักสด เช่น ผักกาดแก้ว, แตงกวา, มะเขือเทศ, น้ำสลัดที่ชอบ
วิธีทำ:
1. ล้างผักสดให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
2. นำข้าวเกรียบเห็ดตับเต่ามาหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อใช้เป็นท็อปปิ้ง
3. จัดผักสดบนจาน ราดด้วยน้ำสลัดที่ชอบ
4. โรยข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทอดกรอบด้านบน เพิ่มความกรุบกรอบให้สลัด
3. ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าผัดเครื่องเทศ
ส่วนผสม: ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า, หอมแดง, กระเทียม, พริกแห้ง, ใบมะกรูด, น้ำปลา, น้ำตาล, น้ำมัน
วิธีทำ:
1. ทอดข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าจนกรอบแล้วพักไว้
2. เจียวหอมแดงและกระเทียมในน้ำมันจนหอม ใส่พริกแห้งและใบมะกรูดลงไปผัด
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลเล็กน้อย
4. ใส่ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าที่ทอดแล้วลงไปคลุกเคล้ากับเครื่องเทศให้เข้ากัน
5. ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ สามารถรับประทานเป็นของว่างหรือกับแกล้มได้
4. ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าราดหน้าผัดไทย
ส่วนผสม: ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่า, เส้นผัดไทย, กุ้งสด, เต้าหู้, ไข่ไก่, ถั่วงอก, น้ำซอสผัดไทย, น้ำมันพืช
วิธีทำ:
1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดเส้นผัดไทยกับน้ำซอสผัดไทยจนเส้นนุ่ม
2. ใส่กุ้งสดและเต้าหู้ลงไปผัดจนสุก
3. ตอกไข่ไก่ลงไปในกระทะ แล้วคนให้ไข่เคลือบเส้นผัดไทย
4. ใส่ถั่วงอกลงไปผัดเร็ว ๆ แล้วตักใส่จาน
5. โรยหน้าด้วยข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทอดกรอบ เพื่อเพิ่มความกรอบอร่อย
5. ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทานเล่นวิธีทำ: ข้าวเกรียบเห็ดตับเต่าทอดกรอบสามารถทานเปล่า ๆ เป็นของว่างระหว่างวัน หรือนำมาจิ้มกับน้ำพริกหรือน้ำจิ้มที่ชื่นชอบได้ตามต้องการ
ซอสเห็ดตับเต่า




** ขออนุญาตเจ้าของผลิตภัณฑ์
- คุณค่า
- ปรุงอาหาร
- เมนูเห็ดตับเต่า
ซอสเห็ดตับเต่า
ซอสเห็ดตับเต่า: ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มากด้วยคุณค่าและรสชาติ
ซอสเห็ดตับเต่าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่เพราะคุณค่าทางโภชนาการที่สูง แต่ยังเพราะรสชาติที่อร่อยและเข้มข้น ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารหลากหลายเมนู ทำให้ซอสเห็ดตับเต่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารของตนเอง
คุณค่าทางโภชนาการ
เห็ดตับเต่าเป็นเห็ดที่มีสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน วิตามิน B2, B3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ซอสเห็ดตับเต่าได้รับการแปรรูปอย่างพิถีพิถันเพื่อคงคุณค่าสารอาหารเหล่านี้ไว้ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ทางสุขภาพจากการบริโภคซอสชนิดนี้
การใช้ประโยชน์
ซอสเห็ดตับเต่าสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นซอสสำหรับพาสต้า สเต็ก หรือใช้เป็นส่วนผสมในซุปและสตูต่าง ๆ ซอสนี้มีความหอมและรสชาติเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเห็ดตับเต่า ซึ่งสามารถเพิ่มมิติของรสชาติให้กับเมนูอาหารได้อย่างลงตัว
การเก็บรักษา
ซอสเห็ดตับเต่าที่ผลิตเสร็จแล้วควรเก็บในภาชนะที่สะอาดและปิดสนิท สามารถเก็บในตู้เย็นได้เพื่อรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ การเก็บรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ซอสเห็ดตับเต่าสามารถคงคุณภาพและรสชาติไว้ได้ยาวนาน
การปรุงอาหารด้วยซอสเห็ดตับเต่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการให้กับเมนูอาหารต่าง ๆ ซอสนี้มีรสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมจากเห็ด ซึ่งสามารถนำไปใช้กับอาหารหลากหลายประเภทได้อย่างลงตัว นี่คือตัวอย่างเมนูอาหารที่สามารถปรุงด้วยซอสเห็ดตับเต่า:
1. พาสต้าซอสเห็ดตับเต่า
วัตถุดิบ:
– พาสต้า (ชนิดใดก็ได้)
– ซอสเห็ดตับเต่า
– น้ำมันมะกอก
– กระเทียมสับ
– หอมใหญ่สับ
– พาร์เมซานชีส (ตามชอบ)
– เกลือและพริกไทยดำ
วิธีทำ:
– ต้มพาสต้าในน้ำเกลือจนสุก ตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์
– ในกระทะขนาดกลาง ใส่น้ำมันมะกอกและผัดกระเทียมและหอมใหญ่จนหอม
– เติมซอสเห็ดตับเต่าลงในกระทะ ผัดให้เข้ากันและปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ
– ใส่พาสต้าที่ต้มแล้วลงในกระทะ ผัดให้เข้ากันจนซอสเคลือบทั่วเส้นพาสต้า
– ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมพาร์เมซานชีสโรยหน้า
2. สเต็กซอสเห็ดตับเต่า
วัตถุดิบ:
– เนื้อสเต็ก (ชนิดตามชอบ)
– ซอสเห็ดตับเต่า
– น้ำมันมะกอก
– เนย
– เกลือและพริกไทยดำ
– สมุนไพร (เช่น โรสแมรี่หรือไทม์)
วิธีทำ:
– ปรุงรสเนื้อสเต็กด้วยเกลือและพริกไทยดำ
– อุ่นกระทะด้วยไฟแรง ใส่น้ำมันมะกอกและเนยลงไป
– ใส่เนื้อสเต็กลงไปย่างในกระทะจนสุกตามระดับที่ต้องการ
– หลังจากย่างเสร็จแล้ว นำเนื้อสเต็กออกจากกระทะแล้วพักไว้
– ในกระทะเดียวกัน เติมซอสเห็ดตับเต่าลงไป เคี่ยวจนซอสข้นและหอม
– ราดซอสเห็ดตับเต่าบนเนื้อสเต็ก เสิร์ฟพร้อมผักย่างหรือมันบด
3. ซุปครีมซอสเห็ดตับเต่า
วัตถุดิบ:
– ซอสเห็ดตับเต่า
– น้ำซุปไก่หรือผัก
– ครีมสด
– เนย
– เกลือและพริกไทย
– ขนมปัง (สำหรับเสิร์ฟคู่)
วิธีทำ:
– ละลายเนยในหม้อขนาดกลาง ใส่ซอสเห็ดตับเต่าลงไปผัด
– เติมน้ำซุปลงในหม้อแล้วคนให้เข้ากัน
– เมื่อซุปเริ่มเดือด เติมครีมสดลงไป เคี่ยวต่อจนซุปข้นและเนียน
– ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ
– ตักซุปใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมขนมปังกรอบ
